ข้อบังคับสมาคม

ข้อบังคับ
ของ
สมาคมม้งกรุงเทพและเครือข่าย
__________________
หมวดที่ ๑
ความทั่วไป

ข้อ ๑. ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับ สมาคมม้งกรุงเทพและเครือข่าย”

ข้อ ๒. สมาคมนี้มีชื่อภาษาไทยว่า “สมาคมม้งกรุงเทพและเครือข่าย” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า ” Hmong Bangkok and Network Association ” และมีอักษรย่อว่า “HBNA”

ข้อ ๓. มีคำจำกัดความในข้อบังคับดังนี้ ” ม้งกรุงเทพและเครือข่าย ” หมายถึง บุคคลผู้ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ที่ได้มาอยู่อาศัย หรือ ประกอบสัมมาอาชีพ หรือ ศึกษาเล่าเรียน ในเขตจังหวัดกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง เช่น สระบุรี ลพบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม จันทบุรี ชลบุรี ระยอง ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น ซึ่งต้องเป็นจังหวัดที่ไม่มีชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง อาศัยอยู่รวมตัวกันเป็น หมู่บ้านอย่างชัดเจน

ข้อ ๔. เครื่องหมายของสมาคมมีลักษณะเป็นรูป 3 เหลี่ยม หมายถึงความมีเสถียรภาพที่มั่นคง และความสมดุล แบ่งเป็น 3 สี 3 แฉก หมายถึงเครือข่ายที่อยู่รายล้อมรอบๆกรุงเทพฯ รูปลายก้นหอย คือสัญลักษณ์ลาย ผ้าปักของชาติพันธุ์ม้ง ล้อมรอบลูกช่วงตรงกลาง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประเพณีปีใหม่ม้ง สีชมพูบานเย็น หมายถึง คนรุ่นใหม่ และความสวยงามของวัฒนธรรมชาวม้ง สีเขียว หมายถึง มาตุภูมิแผ่นดินไทย ความอุดมสมบูรณ์ และการเจริญเติบโต สีเหลือง หมายถึง ความร่วมมือ การรวมพลัง และการมองโลก ในแง่ดี

 

รูปเครื่องหมายของสมาคม

 

ข้อ ๕. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ ๙๐ / ๑๓๘ ซอย ฟลอร่า ออคิด ๔/๑ ถนนสุวินทวงศ์ แขวงลำผักชี เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ๑๐๕๓๐ โทรศัพท์ ๐๒ ๙๕๖ ๕๒๗๖

ข้อ ๖. วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ
๖.๑ สืบสาน อนุรักษ์ ประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงาม ของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง มิให้สูญหาย ๖.๒ ส่งเสริม สนับสนุน และจัดกิจกรรมเชื่อมโยงความสัมพันธ์ ระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง
ที่เข้ามาศึกษา เล่าเรียน และประกอบอาชีพในเขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง
๖.๓ สร้างความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ วัฒนธรรม ประเพณี อันดีของกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง
๖.๔ ส่งเสริมอาชีพ และช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของกลุ่มให้ดียิ่งขึ้น
๖.๕ ให้ความช่วยเหลือ และคำปรึกษาด้านการศึกษา การอาชีพ แก่สมาชิก และร่วมบำเพ็ญสาธารณ ประโยชน์แก่ส่วนรวม
๖.๖ สมาคมไม่ดำเนินการเกี่ยวกับการเมืองแต่ประการใด

 

หมวดที่ ๒
สมาชิก

ข้อ ๗. สมาชิกของสมาคมมี ๓ ประเภท คือ
๗.๑ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง มีแหล่งพักอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดเครือข่าย ซึ่งคณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
๗.๒ สมาชิกสามัญ ได้แก่ บุคคลผู้ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง มีแหล่งพักอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดเครือข่าย และมีสถานภาพเป็นสมาชิกวิสามัญ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๑ ปี
๗.๓ สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ บุคคลผู้ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง มีแหล่งพักอาศัยในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดเครือข่าย และได้สมัครเป็นสมาชิก และยอมรับปฏิบัติตามข้อบังคับของสมาคม
ทั้งนี้ สมาชิกวิสามัญ จะเปลี่ยนเป็นสมาชิกสามัญได้ เมื่อดำรงสภาพสมาชิกวิสามัญครบ ๑ ปี และได้ชำระค่าบำรุงและค่าสมาชิกในอัตราสมาชิกสามัญครบถ้วน และมีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนแล้วเท่านั้น

ข้อ ๘. สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
๘.๑ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง และครอบครัว
๘.๒ มีสัญชาติไทยมาก่อน
๘.๓ มีแหล่งพักอาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและเครือข่าย
๘.๔ เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว
๘.๕ เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

๘.๖ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ
๘.๗ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือ เสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท หรือลหุโทษ การต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว จึงต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็น สมาชิกหรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

ข้อ ๙. ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
๙.๑ สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม
๙.๒ สมาชิกสามัญ ๕๐๐ บาทต่อปี
๙.๓ สมาชิกวิสามัญ ๑๐๐ บาทต่อปี

ข้อ ๑๐. การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบ
สมัครตามแบบของสมาคมต่อนายทะเบียน และให้นายทะเบียน ติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้
ณ สำนักงานของสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิกอื่น ๆ ของสมาคมจะได้คัดค้าน
การสมัครนั้น เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว ให้นายทะเบียนนำใบสมัคร และหนังสือคัดค้านของ สมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาอนุมัติว่า จะรับหรือไม่รับเข้าเป็น สมาชิกของสมาคม และเมื่อคณะกรรมการ พิจารณาสมัครแล้วผลเป็นประการใด ให้นายทะเบียน เป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ ๑๑. ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงิน ค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากนายทะเบียน
และสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่ผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียน และค่าบำรุง สมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากผู้สมัครไม่ชำระค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงภายในกำหนด
ก็ให้ถือว่า การสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๑๒. สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบรับคำเชิญของผู้ที่คณะกรรมการ ได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม และให้คงสถานะภาพไว้ จนกว่าจะสิ้นสุดสมาชิกภาพตามข้อ ๑๓.

ข้อ ๑๓. สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้ายเหตุดังต่อไปนี้
๑๓.๑ ตาย
๑๓.๒ ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ และคณะกรรมการได้ พิจารณาอนุมัติ และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

๑๓.๓ ขาดคุณสมบัติสมาชิก
๑๓.๔ ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ ๑๔. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก
๑๔.๑ มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน
๑๔.๒ มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคมต่อคณะกรรมการ
๑๔.๓ มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่าง ๆ ที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๔.๔ มีสิทธิเข้าประชุมใหญ่ของสมาคม
๑๔.๕ สมาชิกสามัญ มีสิทธิในการเลือกตั้ง หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมและมีสิทธิออกเสียงลงมติต่าง ๆ ในที่ประชุมได้คนละหนึ่งคะแนนเสียง
๑๔.๖ สมาชิกสามัญ มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของ สมาคม
๑๔.๗ สมาชิกสามัญ มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันอย่างน้อย ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิก จำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการ หรือคณะที่ปรึกษา ให้จัด ประชุมใหญ่วิสามัญได้
๑๔.๘ มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด
๑๔.๙ มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมกับเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม
๑๔.๑๐ มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคม
๑๔.๑๑ มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น
๑๔.๑๒ มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่๓
การดำเนินกิจกรรมของสมาคม

ข้อ ๑๕. ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม มีจำนวนอย่างน้อย ๑๐ คน อย่าง มากไม่เกิน ๓๐ คน เข้าดำรงตำแหน่งต่าง ๆ ของสมาคม โดยสังเขปต่อไปนี้
๑๕.๑ นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริหารกิจการของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอก และทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ และการประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๕.๒ อุปนายก ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคมปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมาย และทำหน้าที่แทนนายกสมาคม เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่ หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำแทน
๑๕.๓ เลขานุการ ทำหน้าเกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมด เป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคม และปฏิบัติตามคำสั่งของสมาคม ตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
๑๕.๔ เหรัญญิก มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม เป็นผู้จัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย บัญชีงบดุลของสมาคม และเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ของสมาคมไว้ตรวจสอบ
๑๕.๕ ปฏิคม มีหน้าที่ในการต้อนรับแขกของสมาคมเป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ ของสมาคม
๑๕.๖ นายทะเบียน มีหน้าที่จัดทำทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคมประสานงานกับเหรัญญิก ในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจากสมาชิก
๑๕.๗ ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่เผยแพร่กิจการชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้สมาชิก โดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย
๑๕.๘ กรรมการตำแหน่งอื่น ๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยเมื่อรวมกับคณะกรรมการที่ปรึกษา และคณะกรรมการตามข้างต้น แล้ว จะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับกำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการ มิได้กำหนดตำแหน่งไว้ ก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง สำหรับคณะกรรมการชุดแรก ให้กลุ่มผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วย นายกสมาคม และกรรมการอื่นๆ ตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

ข้อ. ๑๖. คุณสมบัติของนายกสมาคม
๑๖.๑ เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง
๑๖.๒ อายุ ๒๕ ปีขึ้นไป
๑๖.๓ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป
๑๖.๔ มีสถานภาพเป็นสมาชิกสามัญต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๓ ปี นับถึงวันเลือกตั้ง

ข้อ ๑๗. คณะกรรมการบริหารในข้อ. ๑๕ ได้มาจากวิธีการดังต่อไปนี้
นายกสมาคมต้องมาจากการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งให้ถือธรรมเนียมปฏิบัติดังนี้ คือ
ที่ประชุมเลือกตั้งประธานชั่วคราวเพื่อดำเนินการ ประธานชั่วคราวมีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ สิทธิ ความเป็นสมาชิกที่ถูกต้อง และสิทธิในการลงคะแนนโดยผ่านนายทะเบียน ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการ เลือกตั้งนายกสมาคม โดยสมาชิกสมาคมในที่ประชุมเป็นผู้เสนอชื่อ ผู้ที่จะเข้ารับเลือกเป็นนายกสมาคม อย่างน้อย ๒ ชื่อ และต้องมีสมาชิกรับรองอย่างน้อย ๕ คนต่อชื่อ จะใช้การเลือกตั้งโดยวิธีเปิดเผย หรือโดยวิธีอื่นก็ได้ ตามมติส่วนใหญ่ของผู้มีสิทธิลงคะแนน และให้ถือว่าผู้ที่ได้รับคะแนนเสียงสูงสุดเป็น ผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกสมาคม และให้นายกสมาคมดำเนินการสรรหากรรมการบริหารตามที่ ข้อบังคับกำหนดไว้ เมื่อทำการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร สมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต้องแจ้ง ให้สมาชิกได้ทราบพร้อมกับประกาศไว้ ณ ที่ทำการสมาคม เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๕ วัน และต้องนำแจ้ง จดทะเบียนกรรมการบริหารสมาคมต่อนายทะเบียนท้องที่ที่ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ภายใน ๓๐ วัน เมื่อได้ ใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนแต่งตั้งกรรมการของสมาคมขึ้นใหม่ทั้งชุด หรือการเปลี่ยนแปลง กรรมการ ของสมาคม ( สค.6 ) แล้ว ให้ติดประกาศแจ้งสมาชิกทราบ ภายใน ๗ วัน

ข้อ ๑๘. คณะกรรมการของสมาคมอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๔ ปี สมาชิกผู้ได้รับเลือกเป็นนายกสมาคมจะ ดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่า ๒ สมัยไม่ได้ และเมื่อคณะกรรมการอยู่ในตำแหน่งครบกำหนดตาม วาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนจากทางราชการ ให้ คณะกรรมการที่ ครบกำหนดวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการชุดใหม่ จะได้รับการจดทะเบียนจาก ทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับการจดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่ง และรับมอบงานกันระหว่างคณะกรรมการชุดเก่า และคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็น ที่สำเร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับการจดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ ๑๙. ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระ ก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้ง สมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น แต่ผู้ดำรง ตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ ๒๐. กรรมการอาจจะพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้ คือ
๒๐.๑ ตาย
๒๐.๒ ลาออก
๒๐.๓ ขาดจากสมาชิกภาพ
๒๐.๔ ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ ๒๑. กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษร
ต่อคณะกรรมการ ให้พ้นจากตำแหน่งได้ เมื่อคณะกรรมมีการลงมติให้ออก

ข้อ ๒๒. ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุผลใด ให้คณะกรรมการบริหารสมาคมพ้นจาก ตำแหน่งทั้งคณะ และให้ทำการเลือกตั้งนายกสมาคมใหม่ภายใน ๔๕ วัน

ข้อ ๒๓. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
๒๓.๑ มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่างๆ เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติโดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้อง
ไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้ .
๒๓.๒ มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม
๒๓.๓ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษา หรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษา
หรืออนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง
๒๓.๔ มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ
๒๓.๕ มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่นๆ ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้
๒๓.๖ มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้
๒๓.๗ มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงิน และทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม
๒๓.๘ มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามสมาชิกสามัญจำนวน ๑ ใน ๕ ของสมาชิก ทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คนได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมวิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญขึ้นภายใน ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับ หนังสือร้องขอ
๒๓.๙ จัดทำบันทึกการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิกทราบ
๒๓.๑๐ มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๒๔. คณะกรรมการจะต้องประชุมอย่างน้อยไตรมาสละ ๑ ครั้ง ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการบริหาร กิจกรรมของสมาคม
ข้อ ๒๕ . การประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม มติของที่ประชุมคณะกรรมการ ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้คะแนนเสียงมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันก็ให้ประธานใหญ่การประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๖. ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง เพื่อให้กรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าเป็นประธานในการประชุมครั้งนั้น

 

หมวดที่๔
การประชุมใหญ่

ข้อ ๒๗. การประชุมใหญ่ของสมาคมมี ๒ ชนิด
๒๗.๑ ประชุมใหญ่สามัญ
๒๗.๒ ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๘. คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีๆละ ๑ ครั้ง ภายในเดือนธันวาคม หรือมกราคม ของทุก ๆ ปี

ข้อ ๒๙. การประชุมใหญ่วิสามัญ อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการหรือคณะที่ปรึกษาเห็นควรจัดให้มีขึ้น หรือเกิดขึ้น ด้วยการเข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการ หรือคณะที่ปรึกษาให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ ๓๐. การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้ทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุวัน เวลา และสถานที่ให้ชัดเจนโดยจะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบไว้ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๗ วัน ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ ๓๑. การประชุมสามัญประจำปี จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้
๓๑.๑ แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี
๓๑.๒ แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ
๓๑.๓ เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ เมื่อทราบกำหนดวาระ
๓๑.๔ เลือกตั้งผู้สอบบัญชี
๓๑.๕ เรื่องอื่นๆ ถ้ามี

ข้อ ๓๒. ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี หรือการประชุมใหญ่วิสามัญ จะต้องมีสมาชิกสามัญ เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม แต่ถ้าเมื่อถึงกำหนดเวลาการประชุม ยังมีสมาชิกสามัญข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม ให้คณะกรรมการของสมาคมเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน ๑๔ วัน นับแต่วันที่นัดประชุมครั้งแรก สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้ ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม

ข้อ ๓๓. การลงมติต่างๆ ในที่ประชุมใหญ่ ถ้าข้อกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ โดยสมาชิกมีสิทธิลงคะแนนเสียงได้คนละ ๑ เสียง มอบอำนาจหรือให้ผู้อื่นลงแทนไม่ได้ และถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการประชุมเป็นผู้ชี้ขาด ยกเว้นมติใน เรื่องการแก้ไขข้อบังคับ จะต้องได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกเกินกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนสมาชิก ทั้งหมดที่มาประชุม

ข้อ ๓๔. ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ถ้านายกสมาคม และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุมหรือไม่ สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุมใหญ่ทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาเข้าร่วมประชุมคนใด
คนหนึ่งให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่ ๕
การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๓๕. รายได้ของสมาคม ประกอบด้วย
๓๕.๑ ค่าสมัคร และค่าบำรุงจากสมาชิก
๓๕.๒ รายได้จากการดำเนินกิจการของสมาคม
๓๕.๓ เงินหรือทรัพย์สิน ที่มีผู้อุทิศ หรือบริจาคให้
๓๕.๔ รายได้อื่น ๆ ที่ไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของสมาคม

ข้อ ๓๖. รายจ่ายทั่วไปของสมาคม จะจ่ายได้เมื่อได้รับความเห็นชอบของคณะกรรมการจากการประชุม

ข้อ ๓๗. การใช้จ่ายเงินกองทุนของสมาคม นอกเหนือจากรายจ่ายทั่วไป เช่น การซื้ออสังหาริมทรัพย์ การลงทุน ในพันธบัตรรัฐบาล การซื้อฉลากออมสิน เป็นต้น จะต้องได้รับความเห็นชอบจากการประชุมใหญ่สามัญ ประจำปี และมีมติรับรองแล้วเท่านั้น

ข้อ ๓๘. การลงนามในการเบิกหรือจ่ายด้านการเงินต่างๆของสมาคม จะต้องมีลายมือชื่อของนายกสมาคม หรือผู้ทำการแทน ร่วมกับอุปนายก 1 คนที่ได้รับการแต่งตั้ง

ข้อ ๓๙. การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ เงินสดของสมาคมถ้ามีให้นำฝากไว้ใน ธนาคารที่สมาคมได้กำหนดไว้

ข้อ ๔๐. ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ( ห้าหมื่นบาทถ้วน ) ถ้าเกินกว่านั้น จะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ และคณะกรรมการจะอนุมัติให้จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ( หนึ่งแสนบาทถ้วน ) ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้ ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ ๔๑. ให้เหรัญญิก มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดสมาคมได้ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ( หนึ่งหมื่นบาท ) ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้ จะต้องนำฝาก ธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ ๔๒. เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการการรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงรายมือชื่อของนายกสมาคม
หรือผู้ทำการแทนร่วมกับอุปนายก 1 คนที่ได้รับการแต่งตั้ง

ข้อ ๔๓. ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับ อนุญาต

ข้อ ๔๔. ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่ที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงิน และทรัพย์จากคณะกรรมการ และสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม เกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สินของ สมาคมได้

ข้อ ๔๕. คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชี เมื่อได้รับการร้องขอ

หมวดที่ ๖
การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ ๔๖. ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า
๒ ใน ๓ ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ ๔๗. การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุม เหตุของกฎหมายมติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคม จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔ ของสมาชิกสามัญ
ที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ ๔๘. เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์ของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ตกเป็นของ สาธารณกุศล ทั้งสิ้น ตามมติของที่ประชุมใหญ่
( ผู้รับต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลสาธารณประโยชน์ )

 

หมวดที่ ๗
บทเฉพาะกาล

ข้อ ๔๙. ข้อบังคับฉบับนี้นั้นให้เริ่มใช้บังคับได้ นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ ๕๐. เมื่อสมาคมได้รับการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการ ทั้งหมดเป็น สมาชิกสามัญ

 

ยอดยิ่ง แสนยากุล
( นายยอดยิ่ง แสนยากุล )

ผู้จัดทำข้อบังคับ